วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ต้อหิน (Glaucoma)

ต้อหิน (Glaucoma) คือ ภาวะความดันลูกตาสูง ทำให้ขั้วประสาทตาเสื่อม เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง มักพบในคนอายุ 40-60 ปี ต้อหินอันตรายกว่าต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อที่ประสาทตาจะเสื่อมไปเรื่อย ๆ ส่วนที่เสียไปแล้วไม่สามารถทำการรักษาให้ดีเหมือนเดิมได้ ถ้าไม่รักษาทำให้ตาบอดได้

ชนิดของต้อหิน

1. ต้อหินมุมเปิด (Open Angle Glaucoma) ต้อหินชนิดนี้ผู้ป่วยจะไม่ปวดตา สายตาจะค่อย ๆ มัวลง ต้องใช้เวลานานจึงจะทราบการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเมื่อถึงระยะนั้นก็อาจจะมีการทำลายประสาทตาไปมากแล้ว

2. ต้อหินมุมปิด (Angle Closer Glaucoma) บางครั้งก็เรียกต้อหินชนิดนี้ว่า ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน เพราะว่ามีอาการค่อนข้างชัดเจนปวดตา ตาแดง ตามัว เห็นรุ้งในแสงดวงไฟเมื่อมีอาการความดันตาขึ้น ความดันตาของต้อหินประเภทนี้ค่อนข้างสูงมาก ปวดตารุนแรง ถ้าไม่รักษาตาบอดได้ภายใน 48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการปวดศรีษะ ปวดตาเวลาพลบค่ำ หรือเป็น ๆ หาย ๆ ควรนึกถึงโรคต้อหินชนิดนี้ไว้ด้วย

3. ต้อหินแทรกซ้อน (Secondary Glaucoma) ต้อหินชนิดนี้เกิดเนื่องจากมีความผิดปกติอย่างอื่นของดวงตา เช่นการอักเสบ ต้อกระจกที่สุกมาก อุบัติเหตุต่อดวงตา เนื่องจากการใช้ยาหยอดตาบางชนิด และภายหลังการผ่าตัดตา เช่นเปลี่ยนกระจกตาหรือการผ่าตัดต้อกระจก

4. ต้อหินในเด็กเล็กและทารก (Conginital and Development Glaucoma) ต้อหินในเด็กเล็กเกิดร่วมกับความผิดปกติตั้งแต่แรกคลอดของดวงตา อาจมีความผิดปกติทางร่างกายรวมด้วย(ต้อหินในเด็กทารกมักพบตั้งแต่แรกเกิด) แม่อาจสังเกตว่าลูกน้อยของตนมีขนาดลูกตาใหญ่กว่าเด็กปกติ กลัวแสง กระจกตาหรือส่วนของตาดำจะไม่ใสจนถึงขุ่นขาวและมีน้ำตาไหลมาก หากพบต้องรีบรับการรักษา
อาการ

อาการของต้อหิน

ระยะแรกอาจจะเป็นการยากที่จะวินิจฉัยได้ ต้อหินบางชนิด เช่น ต้อหินมุมเปิดจะสังเกตุว่าไม่ค่อยพบอาการผิดปกติในระยะแรก เมื่อเป็นมากเข้าจะรู้สึกว่าตามัวมองด้านข้างไม่เห็น ต้องหันหน้าไปดู ถ้าเป็นต้อหินชนิดมุมปิด จะมีอาการตาแดง ม่านตาขยายทำให้ตามัว ปวดตา ต้อหินชนิดนี้จะมาหาจักษุแพทย์เร็ว เนื่องจากทรมานจาการปวด และตามัว ต้อหินทั้ง 2 ประเภท คือทั้งจากต้อหินมุมเปิด และต้อหินมุมปิด รักษาควบคุมความดันตาสม่ำเสมอก็จะทุเลาการเสื่อมของประสาทตาได้ แต่ถ้าควบคุมความดันตาไม่ดีผู้ป่วยไม่รักษาประสาทตาจะเสื่อมไปเรื่อย ๆ เมื่อนานเข้าสายตาจะมัวมากขึ้น และตาจะบอดได้

สาเหตุ

• จากความผิดปกติของโครงสร้างของมุมลูกตาทำให้เป็นมาแต่กำเนิด
• แรงกระทบกระแทกลูกตา
• จากโรคตาอื่น ๆ เช่น เป็นม่านตามอักเสบ

การรักษา

• ใช้ยาหยอด ยารับประทาน
• การผ่าตัด
• การรักษาโดยแสงเลเซอร์
ท่านควรจะได้รับการรักษาด้วยวิธีใด จักษุแพทย์จะเลือกความเหมาะสมตามอาการของโรค
• ตรวจวัดสายตาปีละครั้ง
• ถ้าท่านเป็นเบาหวานตรวจจอรับภาพทุกปี
• อย่าอ่านหนังสือในที่มืด
• ล้างมือให้สะอาดก่อนจับตา
• รับประทานอาหารตามหลักอนามัย
• ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันลูกตา ประสาทตา และลานสายตาโดยจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
• อย่าใช้ยาหยอดตาหรือป้ายตาใด ๆ โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากจักษุแพทย์
• ปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น